รูปทั้งหมด 3 รูป
฿ 5,500
วัด/กรุ
วัดคลองมะดัน
จังหวัด
สุพรรณบุรี
รุ่น / บล็อก
พิมพ์มีฐาน
ปี พ.ศ.
2461-2477
จำนวน
คงเหลือ
1 ชิ้น
1 ชิ้น
รายละเอียดสินค้า
พระขุนแผนพิมพ์หน้าค่าย ของหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน (วัดใหม่อัมพวัน) จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดพระเครื่องเนื้อดินเผาที่มีประวัติการสร้างอันน่าสนใจและเปี่ยมด้วยความเข้มขลังทางพุทธาคม โดยรายละเอียดการจัดสร้างมีดังนี้ครับ
ช่วงเวลาการสร้าง: แม้จะไม่มีการบันทึกวันเวลาที่แน่นอนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากการพบลายจารึกระบุปี "พ.ศ. 2461" บนหลังพระเนื้อดินพิมพ์อื่นของท่าน ทำให้นักนิยมสะสมพระเครื่องสันนิษฐานว่า หลวงพ่อโหน่งน่าจะเริ่มสร้างพระเนื้อดินเผารวมถึงพิมพ์ขุนแผนหน้าค่ายตั้งแต่ ประมาณปี พ.ศ. 2461 เรื่อยมาจนถึงก่อนท่านมรณภาพในปี พ.ศ. 2477
ท่านสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อเป็นพุทธบูชา และเพื่อแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน ศิษยานุศิษย์ รวมถึงผู้ที่ร่วมทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายใน วัดคลองมะดัน ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นวัดที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร
มวลสารหลัก: ใช้ "เนื้อดินเหนียว" ที่ขุดขึ้นมาจากบริเวณท้องนาแถบวัดสองพี่น้องและวัดคลองมะดัน นำมาบดและกรองอย่างละเอียดจนได้เนื้อดินที่เนียนนุ่ม จากนั้นนำมาผสมกับ "ผงพุทธคุณ" และคราบผงวิเศษต่างๆ ที่ท่านลบขึ้นตามตำราโบราณ รวมถึงน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
พระของท่านเป็นการกดพิมพ์ด้วยมือ ซึ่งหลวงพ่อโหน่ง ช่างและกรรมกรวัดรวมถึงพระลูกวัดจะช่วยกันนำดินมากดลงในแม่พิมพ์ (ซึ่งมีทั้งแม่พิมพ์หินมีดโกนและแม่พิมพ์ดินเผา) เมื่อกดเสร็จแล้วจะปาดด้านหลังให้เรียบ บางองค์จะมีการลงเหล็กจารอักขระขอม เช่น ยันต์ "มะ อะ อุ" ไว้ที่ด้านหลัง
พอกดเสร็จ นำพระที่กดพิมพ์และผึ่งแห้งแล้วไปบรรจุในเตาเผาแบบโบราณ (สุมไฟด้วยฟืนและแกลบ) ความร้อนจากไฟทำให้เนื้อดินดิบเปลี่ยนเป็นดินเผาที่มีความแกร่ง ส่งผลให้สีสันขององค์พระมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความร้อนที่ได้รับ เช่น สีแดงดินเผา สีน้ำตาลอมแดง สีเหลืองพิกุล หรือสีเขียวมอย (สีเขียวไหม้ที่โดนความร้อนสูง)
สาเหตุที่นักสะสมยุคเก่าเรียกว่าพิมพ์ "หน้าค่าย" เนื่องจากลักษณะทางพุทธศิลป์และกรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขององค์พระ มีความคล้ายคลึงกับ "พระขุนแผนหน้าค่าย ของกรุวัดบ้านกร่าง" พระกรุโบราณชื่อดังของสุพรรณบุรี แต่หลวงพ่อโหน่งได้นำมาประยุกต์และถอดแบบปรับปรุงพุทธศิลป์ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยแบ่งออกเป็น 2 พิมพ์หลักๆ คือ:
1.พิมพ์ฐานมีบัว (เหมือนองค์ในรายการนี้) มีบัวรองรับใต้หน้าตักองค์
2.พระพิมพ์ฐานไม่มีบัว (หรือพิมพ์ฐานเรียบ)
หลวงพ่อโหน่งท่านจะปลุกเสกพระเครื่องด้วยตัวท่านเองภายในกุฏิและอุโบสถ กล่าวกันว่าท่านจะเข้าสมาบัติเต็มอัตราในการปลุกเสกพระทุกครั้ง นอกจากนี้ในบางโอกาส หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ซึ่งเป็นศิษย์ร่วมสำนัก (เรียนวิชากับหลวงพ่อเนียม วัดน้อย มาด้วยกัน) ยังได้เดินทางมาสนทนาธรรมและร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเนื้อดินของหลวงพ่อโหน่งอีกด้วย จึงทำให้พระเครื่องของท่านมีความศักดิ์สิทธิ์และมีพุทธคุณครอบจักรวาล ทั้งเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี ครับ น่าเก็บ น่าบูชามากๆครับ
ช่วงเวลาการสร้าง: แม้จะไม่มีการบันทึกวันเวลาที่แน่นอนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่จากการพบลายจารึกระบุปี "พ.ศ. 2461" บนหลังพระเนื้อดินพิมพ์อื่นของท่าน ทำให้นักนิยมสะสมพระเครื่องสันนิษฐานว่า หลวงพ่อโหน่งน่าจะเริ่มสร้างพระเนื้อดินเผารวมถึงพิมพ์ขุนแผนหน้าค่ายตั้งแต่ ประมาณปี พ.ศ. 2461 เรื่อยมาจนถึงก่อนท่านมรณภาพในปี พ.ศ. 2477
ท่านสร้างพระเครื่องขึ้นมาเพื่อเป็นพุทธบูชา และเพื่อแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน ศิษยานุศิษย์ รวมถึงผู้ที่ร่วมทำบุญบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายใน วัดคลองมะดัน ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นวัดที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร
มวลสารหลัก: ใช้ "เนื้อดินเหนียว" ที่ขุดขึ้นมาจากบริเวณท้องนาแถบวัดสองพี่น้องและวัดคลองมะดัน นำมาบดและกรองอย่างละเอียดจนได้เนื้อดินที่เนียนนุ่ม จากนั้นนำมาผสมกับ "ผงพุทธคุณ" และคราบผงวิเศษต่างๆ ที่ท่านลบขึ้นตามตำราโบราณ รวมถึงน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
พระของท่านเป็นการกดพิมพ์ด้วยมือ ซึ่งหลวงพ่อโหน่ง ช่างและกรรมกรวัดรวมถึงพระลูกวัดจะช่วยกันนำดินมากดลงในแม่พิมพ์ (ซึ่งมีทั้งแม่พิมพ์หินมีดโกนและแม่พิมพ์ดินเผา) เมื่อกดเสร็จแล้วจะปาดด้านหลังให้เรียบ บางองค์จะมีการลงเหล็กจารอักขระขอม เช่น ยันต์ "มะ อะ อุ" ไว้ที่ด้านหลัง
พอกดเสร็จ นำพระที่กดพิมพ์และผึ่งแห้งแล้วไปบรรจุในเตาเผาแบบโบราณ (สุมไฟด้วยฟืนและแกลบ) ความร้อนจากไฟทำให้เนื้อดินดิบเปลี่ยนเป็นดินเผาที่มีความแกร่ง ส่งผลให้สีสันขององค์พระมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความร้อนที่ได้รับ เช่น สีแดงดินเผา สีน้ำตาลอมแดง สีเหลืองพิกุล หรือสีเขียวมอย (สีเขียวไหม้ที่โดนความร้อนสูง)
สาเหตุที่นักสะสมยุคเก่าเรียกว่าพิมพ์ "หน้าค่าย" เนื่องจากลักษณะทางพุทธศิลป์และกรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขององค์พระ มีความคล้ายคลึงกับ "พระขุนแผนหน้าค่าย ของกรุวัดบ้านกร่าง" พระกรุโบราณชื่อดังของสุพรรณบุรี แต่หลวงพ่อโหน่งได้นำมาประยุกต์และถอดแบบปรับปรุงพุทธศิลป์ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยแบ่งออกเป็น 2 พิมพ์หลักๆ คือ:
1.พิมพ์ฐานมีบัว (เหมือนองค์ในรายการนี้) มีบัวรองรับใต้หน้าตักองค์
2.พระพิมพ์ฐานไม่มีบัว (หรือพิมพ์ฐานเรียบ)
หลวงพ่อโหน่งท่านจะปลุกเสกพระเครื่องด้วยตัวท่านเองภายในกุฏิและอุโบสถ กล่าวกันว่าท่านจะเข้าสมาบัติเต็มอัตราในการปลุกเสกพระทุกครั้ง นอกจากนี้ในบางโอกาส หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ซึ่งเป็นศิษย์ร่วมสำนัก (เรียนวิชากับหลวงพ่อเนียม วัดน้อย มาด้วยกัน) ยังได้เดินทางมาสนทนาธรรมและร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกพระเนื้อดินของหลวงพ่อโหน่งอีกด้วย จึงทำให้พระเครื่องของท่านมีความศักดิ์สิทธิ์และมีพุทธคุณครอบจักรวาล ทั้งเมตตามหานิยม โชคลาภ และแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี ครับ น่าเก็บ น่าบูชามากๆครับ